บทที่ 3 คนแปลกหน้าที่ทำให้ใจเต้น
สามปีในต่างแดนไม่ได้ทำให้พิชญาลืมว่ากรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน แต่เธอกลับลืมไปแล้วว่าความรู้สึกของการได้กลับบ้านหลังจากจากไปนานนั้นอบอุ่นเพียงใด
ทันทีที่ประตูกระจกอาคารผู้โดยสารขาเข้าเลื่อนเปิด อากาศร้อนชื้นก็พุ่งเข้าปะทะจนหญิงสาวต้องยกแว่นกันแดดขึ้นคาดศีรษะ ก่อนกวาดตามองผู้คนที่ยืนรอรับญาติอยู่ด้านหน้า
“พิชา!”
เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เธอหันไปยิ้ม
มธุรส รวิกานต์ กำลังโบกมือเสียสูงเลย ก่อนจะวิ่งเข้ามากอดเธอทันทีที่เดินถึงตัว
“กลับมาสักทีนะยะ ฉันนึกว่าแกจะอยู่เป็นสาวอังกฤษถาวรแล้ว”
“ฉันไปเรียน ไม่ได้ย้ายประเทศ”
“สามปีนะ ไม่ใช่สามเดือน”
พิชญาหัวเราะ ปล่อยให้เพื่อนลากกระเป๋าเดินทางไปช่วยอย่างกระตือรือร้น
โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นพอดี ข้อความจากบิดาปรากฏบนหน้าจอ
ถึงแล้วโทรหาพ่อนะ เย็นนี้กลับมากินข้าวด้วยกัน แม่ทำของโปรดลูกไว้เต็มโต๊ะ
เพียงอ่านข้อความ รอยยิ้มของพิชญาก็อ่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ
“คุณลุงใช่ไหม” มธุรสถาม
“อือ พ่อคงรออยู่บ้านแล้ว”
“ลูกสาวคนเดียวเรียนจบกลับมาทั้งที ไม่ดีใจได้ยังไง”
พิชญาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เธอเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารและการตลาดจากอังกฤษ และตั้งใจกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวอย่างจริงจังเสียที
บริษัทศิขรเมธินดำเนินกิจการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรมาตั้งแต่รุ่นปู่ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตที่สุดในวงการ แต่พ่อสร้างมันมาด้วยแรงกายแทบทั้งชีวิต
เธอมีแผนเต็มหัว ทั้งตลาดต่างประเทศ แบรนด์ใหม่ และช่องทางออนไลน์
ตอนนั้นพิชญายังคิดว่าชีวิตต่อจากนี้จะเริ่มต้นอย่างสวยงาม
“ก่อนกลับบ้าน ไปกับฉันที่หนึ่ง”
มธุรสพูดขึ้นขณะรถเคลื่อนออกจากสนามบิน
“ไหนบอกจะพาไปหาอะไรกิน”
“ก็นี่ไง วันนี้มีงานมหกรรมสินค้าไทยสี่ภาคที่ห้างกลางเมือง ของกินเต็มงาน”
“ฉันเพิ่งลงเครื่องนะ”
“ยิ่งดี เดินให้เหนื่อยจะได้ไม่เจ็ตแล็ก”
พิชญาหัวเราะกับเหตุผลของเพื่อน ก่อนยอมตามใจ
ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา สองสาวก็มาถึงงานที่คนแน่นกว่าที่คิด
บูธสินค้าเรียงรายเต็มพื้นที่ ทั้งอาหาร ของฝาก ผลิตภัณฑ์ชุมชน และแบรนด์เกษตรรายใหญ่
มธุรสลากเพื่อนไปชิมแทบทุกอย่างจนพิชญาต้องหัวเราะ
“ตกลงมากินข้าวหรือมากินตัวอย่าง”
“ชิมสิบร้านก็คือหนึ่งมื้อเลยน๊า”
ทั้งคู่เดินต่อจนมาหยุดหน้าบูธขนาดใหญ่ซึ่งตกแต่งด้วยสีดำและทองอย่างเรียบหรู
เหนือบูธมีชื่อภาษาอังกฤษเด่นชัด
WARATHIKUL AGRI GROUP
“วราธิกุล?” พิชญาอ่านออกเสียง
“ญาติห่าง ๆ บ้านฉันเอง” มธุรสตอบ “แต่ห่างมากนะ แบบงานศพงานแต่งถึงเจอกัน”
“บริษัทใหญ่ดี”
“ใหญ่มากต่างหาก เจ้าของรุ่นนี้เก่งสุด ๆ”
“รู้จักไหม”
“เคยเจอสองสามครั้ง”
โทรศัพท์มธุรสดังขึ้นพอดี อีกฝ่ายจึงเดินออกไปรับสาย
พิชญาอยู่ดูสินค้าคนเดียว เธอหยิบกล่องมะม่วงอบแห้งขึ้นมาพลิกดูด้านหลังอย่างสนใจ
แพ็กเกจดี ข้อมูลภาษาอังกฤษครบ การวางตำแหน่งสินค้าก็ชัดเจน
เจ้าของบริษัทนี้เข้าใจตลาดต่างประเทศไม่น้อย
หญิงสาวกำลังอ่านเพลิน ๆ เด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งตัดหน้าอย่างรวดเร็ว
พิชญาขยับหลบตามสัญชาตญาณ แต่ส้นรองเท้ากลับเกี่ยวขอบพรม
ร่างบางเซถอยหลัง
“ว้าย!” เธอคิดว่าต้องล้มแน่แล้ว แต่แขนแข็งแรงของใครบางคนกลับคว้าเอวไว้ได้เสียก่อน
แรงกระชากทำให้เธอเซเข้าหาร่างสูงเต็มแรง มือข้างหนึ่งของพิชญาคว้าเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาเอาไว้
กลิ่นน้ำหอมสะอาดปนกลิ่นไม้จาง ๆ ลอยเข้ามา ใกล้เกินไป หญิงสาวเงยหน้าขึ้น แล้วนิ่งค้าง
ผู้ชายตรงหน้าสูงกว่าเธอมาก ดวงตาคมเข้ม สันจมูกโด่ง รับกับกรามชัดเจนจนแทบทำให้พิชญาลืมหายใจ
เธอเคยพบผู้ชายหน้าตาดีมามาก
แต่ไม่เคยมีใครทำให้หัวใจเต้นแรงได้เพียงเพราะสบตา
ตุบ
ตุบ
ตุบ
เขาเองก็มองเธอนิ่งเกินกว่าที่คนแปลกหน้าควรมองกัน
“ยืนไหวไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำดึงสติกลับมา
พิชญารีบถอยออกจากอ้อมแขน “ไหวค่ะ ขอบคุณนะคะ”
เธอก้มเก็บกล่องสินค้าที่ตกพื้น แต่ชายหนุ่มเอื้อมมาหยิบก่อน
“ผมเก็บเอง”
“ฉันทำตกค่ะ”
“เป็นสินค้าบริษัทผมเองครับ”
พิชญาเงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ
ยังไม่ทันถามต่อ เสียงใครอีกคนก็ดังจากด้านหลัง
“คุณอชิระ คนจากสมาคมรออยู่”
ชายหนุ่มหันไปเล็กน้อย “เดี๋ยวตามไป”
พิชญาจับชื่อเอาไว้ในความคิดโดยไม่รู้ตัว
อชิระ
แล้วเสียงมธุรสก็ดังขึ้นพอดี
“พี่อชิระ?”
ชายหนุ่มหันกลับมา “มธุรส?”
“ค่ะ ไม่เจอกันนานเลย นี่พิชญา เพื่อนมธุรสเองค่ะ เพิ่งกลับจากอังกฤษวันนี้”
สายตาของอชิระกลับมาหยุดอยู่ที่พิชญา
“พิชญา...” เขาทวนชื่อเบา ๆ
ก่อนถาม “ศิขรเมธินหรือเปล่า”
หญิงสาวชะงัก “คุณรู้จักนามสกุลฉันด้วยหรือคะ”
บางอย่างวูบผ่านดวงตาของเขา เร็วเกินกว่าจะอ่านออก
“เคยได้ยิน” เขาตอบเพียงเท่านั้น ก่อนขอตัวกลับไปทำงาน
พิชญามองตามแผ่นหลังกว้างโดยไม่รู้ตัว
มธุรสยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทันที “มองอะไร”
“เปล่า”
“หน้าแดงนะ”
“อากาศร้อน”
“ในห้างเนี่ยนะ?”
“ยัยมธุ!”
เสียงหัวเราะของเพื่อนดังตามหลัง ขณะที่พิชญาเดินหนี
แต่ก่อนจะออกจากบริเวณนั้น เธอกลับอดหันไปมองไม่ได้
และราวกับโชคชะตาจงใจเล่นตลก
อชิระเองก็กำลังมองมาเช่นกัน สายตาสองคู่สบกันผ่านผู้คนมากมาย
พิชญารีบหันกลับ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม เธอไม่รู้เลยว่า ผู้ชายแปลกหน้าที่พบกันไม่ถึงสิบนาทีคนนี้...
อีกไม่นานจะกลายเป็นผู้ชายที่เธอต้องเรียกว่า สามี
